Print

สกว.หนุน พัฒนาระบบจัดการธุรกิจ 'ข้าวอินทรีย์' ครบวงจร

Blog webekm.com the ekm.

Download from BIGTheme.net free full premium templates

         

           ด้วยกระแสความนิยมของผู้คนที่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ ซึ่งราคาจำหน่ายในท้องตลาดนั้นราคาสูงกว่าข้าวที่ปลูกด้วยการใช้เคมีอย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์มักจะไม่ค่อยรู้วิธีในการทำการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวอินทรีย์


          จากเหตุผลดังกล่าวสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จึงได้ทำวิจัยระบบการจัดการธุรกิจเกษตรข้าวอินทรีย์ เพื่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่ สกว. ให้ทุนสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ภายใต้ "โครงการศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจเกษตร :มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กับเครือข่ายเกษตรกรองค์กรท้องถิ่นจังหวัดอุตรดิตถ์และภาคี"


          โดยดร.สีลาภรณ์บัวสายรองผู้อำนวยการสกว.ได้ให้เหตุผลที่สกว.ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเชิงกลยุทธ์แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์(มรอ.) ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีหลายแห่งประกอบด้วยมรอ. เครือข่ายเกษตรกรองค์กรท้องถิ่นหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อศึกษา
          และพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจเกษตร ส่งเสริมการเรียนรู้และความสามารถของกลุ่มในการจัดการเชิงธุรกิจข้าวอินทรีย์และการสังเคราะห์องค์ความรู้และบทเรียน
          ในการพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจเกษตรด้วยกระบวนการจัดการความรู้ การพัฒนาระบบเชื่อมต่อมหาวิทยาลัยเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์
          "มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ถือเป็นมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวของจังหวัดและด้วยความที่อุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่เป็นเมืองเกษตรมาอย่างช้านานจึงมีความเข้มแข็งในกลุ่มของเครือข่ายเกษตรกรทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยในพื้นที่กับกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร องค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานราชการต่างๆ บนฐานการทำงานวิจัยแบบครบวงจร ครบทุกคณะจนสามารถสร้างระบบการให้ทุนวิจัยที่เป็นการบริการทางวิชาการและการให้ทุนทำวิจัยด้วยกัน7 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบการจัดการธุรกิจเกษตร (2)ระบบการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย (3)ระบบการเพิ่มขีดความสามารถของเกษตร (4)เครือข่ายการจัดการธุรกิจเกษตร (5) ชุดความรู้ นวัตกรรมเทคโนโลยี (6) ระบบฐานข้อมูล และ (7)ระบบการจัดการหน่วยพัฒนาธุรกิจเกษตร"


          ด้านผศ.ดร.เรืองเดชวงศ์หล้าอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กล่าวว่า "จากโจทย์วิจัยเรื่อง "ข้าวอินทรีย์"ที่ มรอ. ได้รับมาจาก สกว. ทางมหาวิทยาลัยจึงได้ดำเนินงานวิจัยโครงการดังกล่าวทำให้ได้เรียนรู้ถึงระดับพฤติกรรม ระดับความรู้ และระดับทักษะ โดยมีเกษตรข้าวอินทรีย์เป็นตัวดำเนินการ โดยงานวิจัยจะเน้นในเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถของ"เกษตรกร" ให้เกิดระบบควบคุมคุณภาพภายในเกษตรกรและภาคีผู้ผลิตข้าวอินทรีย์(Internal Control System : ICS) เนื่องจากกระบวนการ ICS ให้ความสำคัญกับเกษตรกรที่อยู่ในระบบการตรวจสอบควบคุมซึ่งกันและกัน"
          "โดยในการดำเนินโครงการฯ เริ่มจาก ระยะแรก ที่ทำการศึกษา สถานภาพศักยภาพ สถานการณ์ปัญหาด้านการจัดการธุรกิจเกษตรเพื่อออกแบบระบบเชื่อมต่อมหาวิทยาลัยกับเครือข่ายเกษตรกรด้านการจัดการธุรกิจเกษตรข้าวอินทรีย์ จากนั้น ระยะที่ 2 ทำการพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจเกษตรข้าวอินทรีย์และระยะที่ 3 ทำการสังเคราะห์บทเรียนจากการดำเนินโครงการและจัดทำข้อเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อการต่อยอดและขยายผล ซึ่งภายหลังการดำเนินโครงการ เกิดการต่อยอดขยายผลในหลายส่วนได้แก่การที่ทางมรอ. ถือเป็นต้นแบบด้านการจัดการธุรกิจเกษตรข้าวอินทรีย์และขยายผลไปยังธุรกิจเกษตรอื่นๆ เช่น ทุเรียนลางสาด ข้าวโพด และหอมแดง เป็นต้นขณะที่องค์กรท้องถิ่น (อบต./อปท.) เกิดการผลักดันให้เกิดเทศบัญญัติของงบประมาณปีต่อไปรวมทั้งหน่วยงานภาคีต่างๆ ขยายผลไปสู่แผนงานของหน่วยงานและเกิดการประสานภารกิจระหว่างหน่วยงาน นอกจากนี้ในกลุ่มของเกษตรกร เกิดการต่อยอดใน 2 ส่วน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งแล้วเกิดการขยายฐานการผลิตและการขยายตลาดไปยังAEC และต่างประเทศขณะที่กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในระยะปรับเปลี่ยน มีความพร้อมที่จะดำเนินการขยายผลโดยการใช้ระบบพี่เลี้ยง การศึกษาดูงาน การจัดการเรียนรู้และการเรียนรู้กับปราชญ์ชาวบ้าน"
          สุดท้ายอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กล่าวยกตัวอย่างถึงความสำเร็จจากการดำเนินการโครงการอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร เช่น การช่วยเรื่องการจัดการของกลุ่มภาคีต่างๆอาทิเรื่องของสภาเกษตรกรจังหวัดที่มีเครือข่ายข้าวอินทรีย์ เครือข่ายเกษตรกรทางเลือกซึ่งมีหน้าที่เป็นกลไกแต่มหาวิทยาลัยสามารถทำให้สภาเกษตรกรจังหวัดเครือข่ายข้าวอินทรีย์และเครือข่ายเกษตรกรทางเลือกดำเนินงานคู่กับภาคีที่เป็นภาครัฐได้
          ...เราได้แต่หวังว่าจากงานวิจัยดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอินทรีย์ให้พวกเราได้ทานข้าวปลอดภัยจากเคมีและเกษตรกรชาวนามีรายได้ดีจากข้าวที่ปลูกอย่างตั้งใจให้คนกิน...
---

ที่มา : สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 11 - 17 มกราคม พ.ศ. 2557

  • newsletter
  • book
    • การเสวนา “ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยพลังจากพื้นที่ : ทิศทางในอนาคต”
    • การพัฒนาพื้นที่และการสร้างความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่นกับอนาคตของประเทศ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
    • ยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ : โดย นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
  • tools