Print

ปลุกพลัง 'รักษ์ป่าน่าน'

Blog webekm.com the ekm.

Download from BIGTheme.net free full premium templates

        

           มีโอกาสได้ลัดฟ้าขึ้นเหนือ ไปยังจังหวัดน่าน จังหวัดที่มีพื้นที่เป็นภูเขาถึง 87.2 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีการกระตุ้น คำว่า "รัก" และ "รักษ์" ป่าเสมอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา


          พบว่าวันนี้น่าใจหายเมื่อพื้นที่สีเขียวกำลังลดลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก จนเกิดความ วิตกกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากรในอนาคต ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเข้ามาของทุนนิยม และการเพิ่ม หนังสือพิมพ์มติชนรายวันขึ้นของประชากร เป็นเหตุให้มีการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยากที่เจ้าหน้าที่จำนวนน้อยนิดจะสามารถดูแลป้องกันได้อย่างทั่วถึง
          ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ในปี พ.ศ.2556 ระบุว่า พื้นที่ป่าสงวนฯ ของจังหวัดน่านทั้งหมด 6,435,792 ไร่ ถูกประชาชนเข้ามาปลูกพืชไร่ในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติถึง 1,543,519 คงเหลือพื้นที่ป่าไม้ 4,892,272 ไร่
          ล่าสุด หลายเครือข่ายทั้งในและนอกจังหวัดน่าน ร่วมปลุกพลังกระตุ้น "รักษ์" กันอีกครั้ง ในงานสัมมนา "รักษ์ป่าน่าน" ที่ศูนย์การเรียนรู้และบริหารวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน โดยได้รับเกียรติอย่างสูงสุดจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน ที่มีผู้ร่วมประชุมถึง 1,400 คน


          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสเปิดการสัมมนา ความว่า การเดินทางมา จ.น่าน ติดต่อกันหลายปี ทำให้ได้เห็นส่วนที่ดีและส่วนที่เป็นปัญหา อย่างพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน หากมีการฟื้นฟูป่าก็จะทำให้ดีขึ้นได้ แม้ต้องใช้เวลา แต่ถ้าไม่เริ่มต้นทั้งหมดนี้ การแก้ไขจะยิ่งยากขึ้น หวังว่าการสัมมนานี้ จะทำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการฟื้นฟูป่า เพื่อที่ จ.น่าน จะได้สวยงามยิ่งขึ้นและน่าอยู่ถึงรุ่นลูกหลานสืบไป
          "เราต้องเริ่มปลูกฝังเด็กให้รักและเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติตั้งแต่ต้น อยากเชิญชวนผู้นำท้องถิ่นมาร่วมทำงานด้วยกัน ทำแนวทางให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติเอง เพื่อให้รู้ว่ารากเหง้าของตนคืออะไร ให้รู้ว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติและการเกษตรเป็นรากเหง้าที่อยู่คู่กัน ต้องไม่คิดว่าเมื่อทำการเกษตรจะต้องไปทำร้ายธรรมชาติด้วย" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งตอนหนึ่ง
          ฝั่งรุ่นใหญ่ประจำจังหวัดอย่าง อุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้จัดทำยุทธศาสตร์วาระจังหวัด พ.ศ.2556-2560 "สร้างเมืองน่าน น่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ" โดยมี 5 ประเด็นสู่การแก้ปัญหาทรัพยากรคือ
          1.การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ โดยการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนฯ และพื้นที่อื่นๆ ตั้งเป้าจะมีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น 221,326.80 ไร่
          2.การป้องกันดูแลรักษาป่าไม้ โดยป้องกัน และปราบปรามการบุกรุก จะมีการรังวัดแนวเขตป่าไม้และที่ทำกิน การพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินของราษฎร
          3.การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า
          4.การพัฒนาคน โดยการสร้างเครือข่ายและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และ
          5.การพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมอาชีพทางเลือก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถลดการบุกรุกป่าได้
          อุกริชสรุปว่า ป่าต้นน้ำในจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นกลุ่มป่าภูคา-แม่ยม ถือเป็นต้นน้ำแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม ซึ่งเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องรักษ์ป่า โดยสภาพป่าที่ถูกบุกรุกและทำลายเพื่อใช้ประโยชน์ มีสาเหตุบุกรุกหลายปัจจัย ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบและนโยบายที่เป็นธรรม การกระจายความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการได้ประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรที่ออกไปจากป่าต้นน้ำเพื่อแก้ไขสาเหตุแห่งปัญหาที่ทำให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าจังหวัดน่าน
          "โดยเชื่อว่าการคงอยู่ของป่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นและยั่งยืน" ผู้ว่าฯ เมืองน่านยืนยัน
          1,400 คนที่มาร่วมงานต่างเดินขวักไขว่ร่วมชมนิทรรศการที่แต่ละฝ่ายนำมาเสนอ ด้วยความหวังเดียวกันที่มีต่อป่า คือ..รักษ์..
          หนึ่งในนั้น คือ กฤตพร โพธิ์ศรี สาวน้อยในชุดนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเชียงกลางประชาพัฒนา ที่กำลังจดจ้องดูนิทรรศการอย่างตั้งใจ


          กฤตพรบอกความรู้สึกที่มีต่อ ป่า ว่า กิจกรรม รักษ์ป่าน่าน เป็นกิจกรรมที่ดี ที่ทำให้ตัวเองและเพื่อนๆ เข้าใจในความสำคัญของพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ในฐานะที่เกิดและโตที่นี่ จะช่วยบอกต่อให้คนในจังหวัดรักษ์ป่า ดูแลป่า เพื่อให้ป่าเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สร้างจังหวัดน่านให้น่าอยู่ต่อไป
          "เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าป่ามีความสำคัญขนาดไหน สำหรับหนูเคยเข้าร่วมกิจกรรมลักษณะนี้มาหลายโครงการ อาทิ โครงการรักษ์นก ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้ก็ยิ่งทำให้หนูเข้าใจมากขึ้นไปอีกว่า ป่าสำคัญต่อชีวิตของสัตว์มาก สร้างความสมบูรณ์ในธรรมชาติและเป็นสิ่งสำคัญต่อระบบนิเวศที่จะสูญเสียไปไม่ได้" สาวน้อยบอกอย่างน่าชื่นชมอย่างที่บอกไปในตอนแรกว่า หลายเครือข่ายทั้งในและนอกจังหวัดต่างตื่นตัวกับกิจกรรมครั้งนี้มาก มีการนำเสนอผลงานบวกความคิดดีๆ ที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยความหวังมากมาย อาทิ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา กับโครงการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ดิน น้ำ ป่าไม้, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับโครงการศึกษาแนวทางปลูกป่าในใจเยาวชน, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน กับโครงการ "รักษ์ป่า รักน่ำ", ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา (กรมป่าไม้) กับโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ รวมทั้งภาคเอกชนอย่างธนาคารกสิกรไทย โดย นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคาร กับโครงการ "รักษ์ป่าน่าน" เป็นต้น


          เพราะต้นไม้ คือ ชีวิต ...เห็นความตื่นตัวจากหลายภาคส่วนแบบนี้เชื่อว่า อย่างน้อยที่สุด แม้พื้นที่ป่าจะไม่เพิ่มขึ้น แต่คงไม่ลดลงแน่นอนและ ป่าก็จะรักษ์น่าน เหมือนที่น่านรักษ์ป่า

---

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 4 เม.ย. 2557 (กรอบบ่าย)

  • newsletter
  • book
    • การเสวนา “ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยพลังจากพื้นที่ : ทิศทางในอนาคต”
    • การพัฒนาพื้นที่และการสร้างความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่นกับอนาคตของประเทศ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
    • ยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ : โดย นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
  • tools