Print

คอลัมน์ ธุรกิจติดดาว: เปิดแนวคิดชาวนาอุตรดิตถ์นวัตกรรมทำนาลดต้นทุน

Blog webekm.com the ekm.

Download from BIGTheme.net free full premium templates

         

           "ข้าว"เป็นอาหารหลักของคนไทยมาช้านาน เรากินข้าวกันทุกวัน แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าต้นทุนในการทำนาข้าวมีอะไรบ้างต้นทุนการทำนาของชาวนาในปัจจุบันสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน หรือแม้แต่กระบวนการผลิตที่เปลี่ยนไป ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น


          สำหรับต้นทุนในการทำนาหลักๆ มาจากค่าวัตถุดิบและค่าแรงงาน โดยค่าวัตถุดิบมีตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย สารเคมี
          ยากำจัดศัตรูพืช ค่าน้ำมัน ในส่วนของค่าแรงนั้นมีทั้งค่าจ้างไถหว่าน ค่าจ้างฉีดสารเคมี และค่ารถเก็บเกี่ยว ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ หากชาวนาสามารถจัดการได้ ต้นทุนการผลิตย่อมลดลงอย่างแน่นอนแต่ปัญหาอยู่ที่ว่าชาวนาจะจัดการกับต้นทุนได้อย่างไร ถ้ายังทำนาในรูปแบบเดิมๆ ที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก
          "ข้าวอินทรีย์"เป็นรูปแบบการทำนาแนวทางใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนจากปัจจัยภายนอกด้านสารเคมี แม้จะมีเกษตรกรหลายรายหันมาปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์กันมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาด้าน
          ระบบการจัดการ ต้นทุนสูง ได้ผลผลิตน้อย ปัญหาเรื่องรูปแบบผลิตภัณฑ์ และช่องทางการจัดจำหน่าย
          ดังนั้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ทำงานลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ให้กับเกษตรกร ได้มอบหมาย
          โจทย์วิจัยเรื่องข้าวอินทรีย์ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และเครือข่ายเกษตรกรองค์กรท้องถิ่นจังหวัดอุตรดิตถ์และภาคี ทำการวิจัยภายใต้ชุดโครงการวิจัย "โครงการศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจการเกษตร" จนเกิดการพัฒนาเป็นระบบการจัดการ


          กันต์ อินทุวงศ์นักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ หนึ่งในทีมวิจัยย่อยภายใต้โครงการนี้
          ได้กล่าวถึงการทำงานวิจัยนี้ว่าเป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่ นักวิจัยลงพื้นที่จริงเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาร่วมกับเกษตรกร แล้วนำมาพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยย่อย โดยบูรณาการเข้ากับพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยและศาสตร์ความถนัดความเชี่ยวชาญของแต่ละสาขาวิชาที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหาด้าน
          การเกษตรข้าวอินทรีย์ โจทย์ที่ตนและทีมงานได้รับ ก็คือ การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าวอินทรีย์
          "แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีการทำนามาอย่างยาวนานมาก แต่ก็ยังจำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญเกษตรกรต้องสามารถนำงานวิจัยไปต่อยอดใช้ประโยชน์กับธุรกิจเกษตรอินทรีย์ได้จริง ทีมวิจัยจึงเกิดไอเดียที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวแบบอินทรีย์ได้ใช้ต้นทุนต่ำ ด้วยเทคโนโลยีภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ"นักวิจัย กล่าว
          สำหรับนวัตกรรมในแปลงนาที่คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ได้พัฒนาและถ่ายทอดสู่ชุมชน เป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับการลดต้นทุนการผลิตข้าวอินทรีย์ที่ใช้วิธีการทำนาแบบโยนกล้า หรือที่เรียกว่า นาโยนประกอบด้วย เครื่องบดดินเครื่องโรยดินเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการเพาะต้นกล้าก่อนนำไปโยนลงในแปลงนา ทำให้เกษตรกรทำงานง่ายขึ้น ทำงานได้สม่ำเสมอ ทุ่นแรงและทุ่นเงินในการเพาะต้นกล้า
          "เครื่องบดดินสำหรับการเพาะต้นกล้าข้าวนาโยน"เป็นเครื่องที่พัฒนาขึ้นจากเครื่องเดิมที่มีปัญหาเรื่องกำลังมอเตอร์ระบบความปลอดภัย ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาเครื่องบดดินขึ้นมาใหม่โดยมีหลักการทำงานคล้ายๆ ของเดิม แต่ได้ลดขนาดของมอเตอร์ลงและเพิ่มอุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันอันตราย ทำงานโดยใช้ระบบใบตีแบบหมุนอิสระ ทำให้บดดินได้ละเอียดเป็นผงมากขึ้น ในเวลาไม่เกิน 1 นาที
          "เครื่องโรยดินและเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะต้นกล้า"จากเครื่องเดิมที่ต้องใช้แรงงานคนในการลากจูงพัฒนาขึ้นมาใหม่ให้เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติไม่ใช้แรงงานคน ใช้งานได้ง่ายขึ้น ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีชุดควบคุม ประกอบด้วย เมนสวิตช์ สวิตช์ปรับระดับความเร็วสวิตช์หมุนเดินหน้าถอยหลังข้อดีคือสามารถโรยดินหรือหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างสม่ำเสมอมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตั้งความเร็วในการวิ่งให้เร็วหรือช้าได้ถึง 3 ระดับ


          พิพัฒน์ จีนทั่ง ประธานเครือข่ายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ทั้งระบบ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เกษตรกรที่ให้ความสำคัญต่อการจัดการต้นทุนการทำนา และยังมีส่วนร่วมพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมในงานวิจัยนี้ ได้กล่าวถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องว่า
          "เรามีโจทย์ในการผลิตข้าวอินทรีย์ที่ต้องการลดต้นทุนผลิตเช่น ต้นทุนเมล็ดพันธุ์ นักวิจัยก็เข้ามาช่วยคิดค้นหาเครื่องมือตัวช่วยตรงนี้ และตั้งแต่เราใช้
          นวัตกรรมเครื่องบดดินเครื่องโรยดินเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ยอมรับเลยว่าต้นทุนต่ำลง การใช้แรงงานคนก็น้อยลง หากจะเปรียบเทียบต้นทุนแล้ว จากเดิมเราใช้เมล็ดพันธุ์ 10 กก./ไร่ แต่หลังจากใช้เครื่องของมหาวิทยาลัยแล้วเราใช้เพียง3 กก./ไร่ และจากเคยใช้คนงานประมาณ 5-6 คน เวลานี้เหลือไม่เกิน 3 คนปัจจุบันต้นทุนการทำนาอยู่ที่ไร่ละไม่ถึง 2,000 บาท ในขณะที่ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ก็เพิ่มสูงขึ้น"
          นอกจากนี้ พิพัฒน์ ได้เปรียบเทียบเครื่องบดดินตัวเก่ากับเครื่องบดดินที่มรภ.อุตรดิตถ์ คิดขึ้นมาใหม่ว่า สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ เรื่องของต้นทุนกระแสไฟฟ้าที่ประหยัดลงได้กว่าเท่าตัว ทำงานสะดวก ประหยัดเวลา และมีความปลอดภัยสูงกว่าส่วนเครื่องโรยดินเก่าจะทำให้ดินหกลงไปเยอะและโรยได้ไม่ครบทุกหลุม แต่เครื่องโรยดินใหม่โรยดินลงได้อย่างสม่ำเสมอพอดีครบทุกหลุม ใช้งานสะดวก เดินหน้าถอยหลังได้ ซ้ำยังไม่ต้องใช้แรงงานคนอีกด้วย ส่วนเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ก็สามารถหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวลงไปได้มาก
          เทคโนโลยีนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อการลดต้นทุนการผลิตข้าวอินทรีย์ ภายใต้ "โครงการศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจการเกษตร"ถือเป็นความสำเร็จของเกษตรกรไทยที่สามารถนำงานวิจัยด้านการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีมาต่อยอดเข้ากับภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำนาโยน ช่วยให้การผลิตข้าวอินทรีย์มีประสิทธิภาพได้ผลผลิตสูง

---

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ฉบับวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

  • newsletter
  • book
    • การเสวนา “ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยพลังจากพื้นที่ : ทิศทางในอนาคต”
    • การพัฒนาพื้นที่และการสร้างความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่นกับอนาคตของประเทศ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
    • ยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ : โดย นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
  • tools